หมายเลขแผ่น - 90125
แนวดนตรี - Dance Music
สังกัด - Atco
โพรดิวเซอร์ - Trevor Horn
ออกปี - 1983
มีหลายคนมองความหมายของคำว่าดนตรีที่มีชื่อเรียกกันว่า "โพรเกรสซีฟ" คือดนตรีชั้นสูงที่คนธรรมดาสามัญทั่วไปนั้นเขาไม่มานั่งฟังกัน ก็อาจจะเหมือนคนที่มองว่าดนตรีคลาสสิคนั้นคือดนตรีที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับคนอีกระดับหนึ่งที่ไม่ใช่สามัญชนทั่วไปจะมานั่งฟังกันเพื่อความบันเทิงในอารมณ์ ความเป็นจริงก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ความจริงหาใช่เช่นนั้นไม่ ดนตรีก็เป็นเอ็นเตอร์เทนอย่างหนึ่ง รูปแบบของเอ็นเตอร์เทนนั้น ก็น่าจะเป็นเพื่อความบันเทิง แต่ในความบันเทิงนั้น จะต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกสร้างกันขึ้นมา เพื่อแฝงเร้นความเป็นจริงอะไรบางอย่างลงไป โพรเกรสซีฟเป็นรูปแบบที่ใกล้เคียงที่สุดที่จะเสนอและสนองสิ่งเหล่านี้ออกมา ดังนั้นคนที่คิดว่าจะฟังดนตรีเช่นนี้เพื่อความไพเราะ และดึงความไพเราะที่แฝงเร้นกันออกมา ก็อาจจะต้องเป็นคนที่มีพื้นฐานในการฟังหรือศึกษาดนตรีมาไม่น้อยเหมือนกัน แต่กฎเกณฑ์ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น นั่นก็คือ ถ้านักดนตรีมือถึงกันจริงแล้ว ดนตรีโพรเกรสซีฟอาจจะถูกระบบคอมเมอร์เชียลแฝงกันเข้าไปได้ เพื่อความกลมกลืนของอารมณ์และความรู้สึก วงโพรเกรสซีฟดังๆส่วนมากจะมีลักษณะเข่นนี้เสมอ ที่เขียนมาในตอนนี้หาได้บังอาจดูถูกและดูหมิ่นวงโพรเกรสซีฟวงโปรดของคุณ หรือของผม ด้วยประการทั้้งปวง อย่าพูดว่าดนตรีทุกอย่างคือศิลปะล้วน แม้กระทั่งดนตรีคลาสสิคเองก็ตาม อย่าบอกว่าไม่มีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง ตราบใดที่มนุษย์ปุถุชนที่มีหิว มีกระหาย มีโกรธ มีโลภ มีหลง มนุษย์ยังมีความต้องการบางสิ่งบางอย่างที่เป็นสิ่งตอบแทนงานที่คนลงทุนลงแรงไปทั้งนั้น แต่บางสิ่งบางอย่างนั้นหาจำเป็นต้องเป็นเงิน เศษกระดาษที่สามารถเสกอะไรมาก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนเศษกระดาษนั้นมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน
นักดนตรีโพรเกรสซีฟถูกตราตรึงกันเอาไว้ว่าเป็นผู้ทำดนตรีพ้นสมัยที่ต้องอาศัยจินตนาการ ความลึกล้ำของอารมณ์ และฝีมือที่แสดงออกมา ฯลฯ เยสเป็นหนึ่งในวงเหล่านั้น ดนตรีของเยสที่ทำกันออกมาเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำพูดของ โจน แอนเดอร์สัน ที่ได้พูดไว้ว่า "เพลง And You And I เป็นความสำเร็จที่ไม่คาดฝัน ทั้งนี้เพราะดนตรีที่ทำกันออกมานั้นเป็นการเรียงคอร์ดกันด้วยความบังเอิญ เป็นความง่ายที่ไม่ได้คาดคิดกันว่าจะมีความล้ำลึกอะไรกันออกมา...." And You And I อาจเป็นความบังเอิญจริงก็ได้ แต่เพลงอื่นที่ถูกสร้างขึ้นเป็นเช่นนั้นจริงหรือ เพลง America บทกวีเก่าอันเป็นเพลงฮิตของพอล ไซมอน ที่เยสนำมาเรียบเรียงเสียใหม่จนไม่เหลือเค้าของเดิมเอาไว้ แล้วขยายบทเพลงออกไปจนมีความยาวถึง 10 นาทีกว่าๆ นั่นเป็นการโอ้อวดว่าตนเองสร้างดนตรีเพื่อความผิดมนุษย์มนา เพื่อความโด่งดังของตนเองเช่นนั้นหรือ ความบันดาลใจที่ได้เห็นทัศนียภาพระหว่างโลกตะวันออกกับตะวันตกว่ามีความแตกต่างกันนั้นเป็นเหตุที่ทำดนตรีออกมาในชุด Tales From Topographic Oceans แผ่นคู่ที่มีเพียง 4 เพลงเท่านั้น แต่ละเพลงมีความยาวเกือบยี่สิบกว่านาทีนั้นเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะอยากจะให้คนที่ไม่เคยฟังเอ่ยปากกันออกมาว่า "ไอ้วงนี้มันบ้า" คนที่เอ่ยปากเป็นคนไทยคนหนึ่งที่เคยอยู่ในวงการเพลง เอ่ยปากว่าผลงานเข่นนี้ออกมา ทั้งที่ยังไม่เคยฟังผลงานวงนี้เลย ไม่ทราบว่าใครบ้ากว่าใคร แล้วไอ้ผลงานเดี่ยวของสมาชิกแต่ละคนที่มีลักษณะของดนตรีคลาสสิคออกมานั้นเป็นเพราะอะไร ไม่ต้องไปมองอื่นไกล ผลงานของตัวโจนเองก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผลงานเดี่ยว หรือร่วมกับแวนเจลิส แล้วทำดนตรีออกมาให้สร้างจินตนาการทำออกมาทำไม เมื่อตนเองสร้างผลงานที่ทรยศต่อตนเองออกมาก็อย่าไปดูถูกผลงานเก่าสิครับ เห็นแก่เงินก็เห็นไป ก็อย่างที่ Steve Howe พูดเอาไว้ว่า "วงนี้มองเห็นเงินล้านอยู่ข้างหน้า" จะเป็นคำพูดประชดประชันหรืออะไรก็ตามที แต่มันคือความจริง ดูอย่างง่ายนะครับ ตอนแรกวงนี้บอกว่าจะใช้ชื่อวง Cinema แต่ไม่สามารถใช้ได้ เพราะมีวงชื่อนี้อยู่แล้ว และโจนก็บอกว่าจะไม่ร้องเพลงให้วงใดนอกจากวงเยส แต่การตั้งชื่อวงไม่น่าจะเป็นปัญหา แค่มีวงที่ชื่อซีเนมาอยู่แล้วใช้ชื่อวงอื่นก็ได้ ชื่อคนตายมีเป็นพัน ลองไปหาที่หลุมศพสิครับ บางทีอาจะได้ชื่อวง Salefish ก็ได้ แล้ววงรุ่นน้องทั้งหลายที่หาชื่อวงเองอย่าง Pallas, Marillion นั้นเขาคิดกันออกมาได้อย่างไรครับ สงสัยสมองของคนที่อายุมาก อาจจะเต็มไปด้วยขี้เลื่อยที่มากขึ้นตามอายุก็ได้ ใครจะไปรู้ เพราะเท่าที่ผมทราบมา คนที่อายุมากขึ้น ที่มีการศึกษามากขึ้นก็ฉลาดตามลำดับ ไม่ยักกะทราบว่าปัจจุบันเรื่องนี้จะเป็นในทางตรงกันข้ามเช่นนี้ แล้วเมื่อใช้ชื่อวงเยส ก็ไม่ได้ผิดอะไรนักหนา แต่สมาชิกเก่า 4 คนนั้นไม่ทราบหรือครับว่าดนตรีของเยสรุ่นเก่าๆนั้นเขาเป็นเข่นไร
เมื่อตนเองใช้ชื่อวงที่ถูกตราเอาไว้แล้วว่าเป็นเช่นไร การเปลี่ยนแนวดนตรีนั้นหาใช่สิ่งที่ผิดไม่ แต่สิ่งที่ผิดคือ การเห็นอาจมเป็นดอกบัว (ไม่อยากใช้คำว่ากงจักร) ดนตรีในแนว Dance Music ไม่ใช่อาจม เพราะดนตรีเช่นนี้ที่ดีมีมากมาย แต่การสร้างผลงานออกมาแล้วไม่มีภูมินั่นคืออาจม คนฟังดนตรีทั่วไปจะมีความรู้สึกเช่นไรเมื่อเห็นนักร้องเช่น เอียน กิลแลน ออกมาร้องเพลงวอนหาคู่, สุเทพ วงศ์กำแหงออกไปขยับตะโพกร้องเพลงของเอลวิส มันตลก และไม่ใช่แค่ตลกอย่างเดียวเท่านั้น มันยังชวนสมเพชด้วย ฉันใดฉันนั้น มันก็เหมือนวงเปลือกนอกที่งดงามด้วยรูปแบบ ออกผลงานมาทำลายผลงานเก่าๆในอดีตเช่นนี้ ในสมัยก่อนที่คนฟังดนตรีของเยสเขาไม่ได้ฟังเพียงแค่เป็นการฟังอย่างเดียว แต่ในความทรงจำของเขามีความรู้สึกว่าดนตรีที่เขาฟังนั้นมีอะไรแทรกเอาไว้ เขาอาจจะมองหาสิ่งที่เขาสัมผัสยังไม่เจอ แต่เขาก็มีเซนส์ที่จะทราบว่าดนตรีที่เขาฟังนั้น มีอะไรแฝงอยู่ ดนตรีของเยสแม้ว่าจะมีความด้อยค่าในความเป็นเยสจากชุด Tormato หรือ Drama แต่ก็ยังมีคุณค่าพอที่จะคิดว่านี่เป็นผลงานของวงที่ชื่อว่าเยส แต่ดนตรีในชุดนี้เป็นแค่ความไพเราะชั่วครู่ชั่วยาม คนที่กำลังดิ้นอยู่ในดิสโก้เธคที่ชอบดนตรีอาจจะทราบว่านี่เป็นผลงานของวงเยส แต่เป็นความทรงจำที่ชั่วครู่ชั่วยามที่เขากำลังขยับแข้งขยับขาเท่านั้น พอจบเพลงอย่างมากก็อาจจะบอกว่า "เพลงนี้บีทแม่งมัน" แต่จะไม่มีคำพูดที่ว่าเพลงนี้มีอะไรบางอย่างแฝงเอาไว้ แล้วจะไม่มีความรู้สึกว่าจะเป็นดนตรีที่ถูกตอกตราตรึงกันลงไปในส่วนลึกของคนฟัง
พูดถึงดนตรีชุดนี้ทำไม พูดถึงบทเพลงชุดนี้ไปทำไม พูดถึงชุดนี้ไปทำไม เมื่อคนเขียนกล้าหยิบอาจมขึ้นมาดม แล้วรู้สึกว่ากลิ่่นอาจมนั้นเป็นเช่นไร ทำไมคนเขียนจะต้องมานั่งบรรยายว่าอาจมที่หยิบขึ้นมาดมนั้นชวนสะอิดสะเอียนขนาดไหน เพื่อที่คนอ่านจะสะอิดสะเอียนไปกับคนเขียนด้วยหรือ ผู้เขียนอยากจะบอกว่า ถ้าไม่อยากรู้สึกว่าน่าสะอิดสะเอียนแค่ไหน ก็อย่าฟังผลงานเก่าของเขา ไม่ว่าจะเป็น Fragile, Close To The Edge, Tales From Topographic Oceans, Going For The One และขอโทษทีอย่าแค่ฟังเฉยๆแล้วบอกว่าฟังนะครับ การฟังในที่นี้คือฟังแล้วคิด ฟังแล้วศึกษา วันนี้ไม่รู้เรื่องไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังมี พรุ่งนี้ของพรุ่งนี้ของพรุ่งนี้ก็ยังมีอีกต่อไปเรื่อยๆ แล้วบางทีดนตรีที่หลายคนบอกว่าฟังยากฟังเย็นนั้น คือดนตรีง่ายๆ แล้วเมื่อคุณมีความรู้สึกว่าดนตรีในชุดเก่าๆของเยสนั้นเป็นเช่นไรแล้วก็เมื่อนั้นล่ะครับ ที่คุณจะทราบว่าดนตรีในชุดนี้คืออาจม คือเศษขยะของเศษขยะในกองขยะนั้นมีความหมายกันเช่นไร
แต่ถ้าคุณฟังแล้วไม่มีความรู้สึกว่าชุดเก่าๆของเยสนั้นเพราะตรงไหน แม้ว่าจะพยายามฟังแล้ว อย่าไปฝืนใจฟังครับ ไม่ได้หมายความว่าหูคุณไม่ถึง แต่อาจเป็นเพราะรสนิยมของคุณไม่ต้องกับดนตรีเช่นนี้ก็ได้ จำไว้ง่ายๆดนตรีไม่ใช่ฟังเพื่อโอ้อวด ดนตรีก็เป็นแค่ความบันเทิง แม้ว่าความบันเทิงนั้นอาจจะมีสิ่งแฝงเร้นอะไรก็ตาม แต่เมื่อจะเอาความบันเทิงกันแล้ว ความพึงพอใจส่วนบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด
อย่างที่เคยบอกกันไว้ว่า นักฟังเพลงโพรเกรสซีฟไม่มีคำว่าพอ สำหรับวงดนตรีที่ถูกตราประทับว่าเป็นแนวดนตรีเช่นนี้ แต่ในคราวนี้ เยสหาได้ให้แม้กระทั่งหนึ่งส่วนเลย และความมีค่าในดนตรีชุดนี้ โดยที่ไม่ได้คำนึงว่าเป็นแนวไหนก็พุ่งประเด็นไปในด้านการค้าทั้งนั้น
ไม่พูดอะไรต่ออีกแล้วสำหรับชุดนี้ นอกจากจะบอกว่า การที่คนมีอายุมากขึ้นแล้วจะนำมาเป็นข้ออ้างสำหรับการทำงานที่ทรยศต่อสิ่งที่ตนทำมาในอดีตนั้นก็อาจจะอ้างกันได้ แต่คนเช่นนี้คบไม่ได้ เพราะแม้กระทั่งตัวเองยังไม่มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง แล้วจะมาซื่อสัตย์ต่อใครครับ
อันที่จริงคราวนี้ควรจะเป็นคิวของแผ่นเยสชุดเก่าชุด Tales From Topographic Oceans หรือ Relayer ซึ่งถึงคิวแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าชุดนี้ก็มีคนขอกันมาพอสมควร ก็เลยจับมาเขียนเท่านั้นเอง ไม่เคยคิดจะเขียนถึงชุดนี้เพื่อมุ่งหวังว่าจะเป็นการตีหรือการทำลาย แต่ที่เขียนถึงก็อยากจะบอกว่า การที่จะพูดถึงวงระดับพระกาฬนั้น ไม่ใช่มุ่งประเด็นกันไปในแค่ผลงานที่จะฟังเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงผลงานเก่าๆด้วย และไม่ใช่เพียงแค่อ่านก็ทราบว่าผลงานเก่านั้นเป็นเช่นไร แต่ต้องฟังแล้วศึกษาด้วย อย่างที่บอกกันไว้ในช่วง Addition ฉบับที่แล้ว การเขียนแผ่นนี้อาจจะไม่เคลียร์ในหลายๆด้าน แต่อย่างน้อยผู้อ่านก็น่าจะลองหัดทำการบ้านกันสักเล็กน้อย เมื่อมีความสนใจกระทั่งอ่านถึงคอลัมน์ที่เขียนถึงเพลงสากลกันเช่นนี้แล้ว
SP 190
SP 190

No comments:
Post a Comment