Bob Dylan :: Infidels (1983)

หมายเลขแผ่น - 38819
แนวดนตรี - Rock & Blues
สังกัด - CBS
โปรดิวเซอร์ - Bob Dylan & Mark Knopfer
ออกปี - 1983

คนๆนี้กลายเป็นหนึ่งในตำนานที่ยังคงไว้ซึ่งลมหายใจที่ยังมีความสามารถออกผลงานที่จะกลายเป็นตำนานต่อไปในอนาคตกันได้อีก ครั้งหนึ่งในอดีตเขาเป็นกบฏต่อสังคมเพื่อคนในสังคม แต่เวลาก็อาจจะเป็นเครื่องบอกต่อเขาได้ว่าบทเพลงนั้นถึงแม้ว่าจะยิ่งใหญ่กันสักแค่ไหนก็ตามก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมกันได้ แต่ถ้าคนที่สร้างบทเพลงเพื่อสังคม มีความจริงใจต่อสังคม ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงสังคมกันได้หรือไม่ ก็ยังดีที่เราได้สร้างสรรค์สิ่งที่เราอยากจะสร้างกันแล้ว ก็ยังดีกว่าคนที่มีความคิดแต่ไม่กล้าแสดง และคนที่แสดงออกแต่ไม่มีความจริงใจต่อสิ่งที่ตนเองได้แสดง ที่เขียนมานี้ก็มิได้หมายความว่าบ็อบเป็นบุคคลที่มีความเด่นล้ำเหนือกว่าบุคคลอื่นๆธรรมดาๆทั่วไป แต่หมายความว่า ถ้าคนธรรมดาๆที่ชื่อว่า "บ็อบ ไดแลน" นี้สร้างบทเพลงทั้งหมดด้วยความจริงใจต่อสิ่งที่เขาสร้างกันแล้ว (แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมา เขาจะประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจหรือไม่ เป็นคนละเรื่องกัน เพราะคนเรานั้นก็จะต้องแสวงหาความอยู่รอดส่วนตัวกันก่อน เพื่อจะได้มีแรงต่อสู้ในสิ่งที่ตนเองเชื่อถือกันได้) เขาก็ได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองปรารถนา ในการที่จะอาศัยความสามารถส่วนตัวเป็นเครื่องมือและถ่ายทอดความรู้สึกที่ตนเองมีออกไป และได้รับความเชื่อถือจากบุคคลที่นั่งฟังกันได้ ดังนั้นความจริงใจนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว เราไม่สามารถที่จะรู้ถึงส่วนลึกของความรู้สึกของคนๆนั้นได้ แต่เราจะมีความคิดอย่างไรนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวที่เราก็รู้กันเอง

จากบทเพลงที่ต่อสู้เพื่อสังคม เพื่อชีวิต เพื่อบุคคล เพื่อพระเจ้า คนที่ชื่อว่า บ็อบ ไดแลน ได้ทำมาหมดแล้ว แต่สิ่งที่บ็อบได้รับตลอดเวลาในวงการเพลงนั่นก็คือ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักกวีเก่งกาจ แต่มิเคยได้รับการยกย่องเลยว่า เป็นนักดนตรีที่เก่ง (ไม่จำเป็นต้องมีคำว่ากาจต่อจากคำว่าเก่ง) เลย และสิ่งที่บ็อบได้รับคำกระแนะกระแหนตลอดเวลานั่นก็คือ เสียงร้องของเขานั้น เป็นเสียงร้องที่ใช้ไม่ได้ เหมือนเสียงของคนใกล้ตายที่มีเสียงอ้อนวอนสั่งเสียก่อนตาย ในแบบบี้ขึ้นจมูกแบบคนที่จะสั่งเสียก่อนหมดลมหายใจ นับจากอดีตที่ผมมีความรู้สึกว่าคนๆนี้ก็ร้องเพลงเป็นก็มีเพียงเพลงเดียว คือเพลง Hurricane และจากนั้นมา ความรู้สึกของผมที่มีต่อตัวบ็อบ ก็เสื่อมคลายลงมา ทั้งด้านเสียงร้องและการสื่อสารบทเพลงของเขา พูดง่ายๆว่าบ็อบมือตกนั่นเอง จนกระทั่งมาถึงชุดนี้ที่มีความรู้สึกว่า บ็อบเริ่มที่จะให้คนอื่นมาคอยช่วยเหลือตัวของเขากันให้แล้ว นั่นคือ มาร์ค น็อฟเลอร์ แห่งวงไดร์ สเตรทส์ มาเป็นคนหนึ่งที่คอยช่วยโปรดิวซ์ให้ ถ้าตอนนี้มีคนบอกว่าบ็อบร้องเพลงไม่เป็นแล้ว พี่ท่านเถียงกันได้แล้ว และนี่ก็คือสิ่งที่พิสูจน์ว่า ถ้าโปรดิวเซอร์นั้นเป็นคนที่มีฝีมือจริงๆแล้ว เขาย่อมที่จะมองหาจุดเด่นที่แม้กระทั่งคนที่เป็นเจ้าของตัวเองในเสียงเพลงก็ยังคงหาไม่เจอกันออกมาได้ นับถือครับ นับถือฝีมือของมาร์คจริงๆ นี่ถ้าจับอาชีพโปรดิวเซอร์กันแล้วอาจจะไปได้สวยกว่าอาชีพนักดนตรีนะผมว่า เพราะว่าวงไดร์ สเตรทส์นั้น ในอเมริกาไม่ประสบความสำเร็จในด้านการค้าเช่นกัน นี่อาจจะเป็นจุดเด่นที่มาร์คมีก็ได้ ดังนั้นคำถามที่มีต่อมาร์คในอาชีพของแวดวงดนตรีคือ "คุณคิดจะเอากล่อง หรือคุณคิดจะเอาเงิน" เพราะรู้สึกว่าคนๆนี้ทำงานไม่เคยได้ทั้งสองสิ่งนี้มาพร้อมกันเลย

เทปม้วนนี้ไม่มีเนื้อเพลง ก็ไม่รู้ว่าชุดนี้สองเกลอเอากล่องเขาไม่ทราบสร้างบทเพลงเสนอสนองความต้องการของตนเองเพื่อความต้องการของมวลชนกัน คืออะไรแน่ แต่ถ้าเราจะตัดในสิ่งเหล่านี้กันไป มามองดูกันในแง่ดนตรีและลีลากันแล้ว ชุดนี้แจ๋วครับแจ๋ว ดนตรีเป็นร็อคแอนด์บลูส์ที่มีความสดใสมากไปกว่าลักษณะของนักเล่นเพลงบลูส์แท้ๆที่สร้างบรรยากาศที่แสนจะอึดอัดในอารมณ์ให้แก่นักฟังเพลงที่ไม่ใข่แฟนขาประจำอย่างบลูส์แท้ 12 ห้องหอรอนาง พูดง่ายๆว่าเป็นบทเพลงที่เป็นพื้นฐานที่สร้างสรรค์ความเป็นนักฟังเพลงที่แสวงหาดนตรีที่ต้องการความสามารถที่ไม่รู้จบกันก็ได้ จะฟังกันในฐานะเพลงป๊อบก็ฟังกันได้ จะฟังในฐานะเพลงร็อคก็ฟังกันได้ จะฟังในฐานะเพลงบลูส์ก็ได้ แต่นักฟังเพลงบลูส์แท้ๆ คงจะไม่พิศวาสบาดอารมณ์บลูส์แบบนี้กันสักเท่าไหร่หรอกครับ

โดยเฉพาะเสียงร้องของบ็อบแล้ว อย่างที่พูดกันไปแล้วว่า ไม่มีความรู้สึกว่าเสียอารมณ์เลย ไม่ใช่เป็นแบบในอดีตที่พอฟังเพลงของคนๆนี้ ต้องลืมไปว่าเขากำลังบ่นสูตรคูณที่ไม่มีวันรู้จบให้เราฟัง ก็เป็นอันว่าเราผ่านเรื่องนี้ไปนะครับ พิสูจน์กันได้ในเรื่องนี้โดยการเอาชุดเก่าของคนๆนี้มาเทียบครับ

มีอีกเรื่องที่เราน่าจะมาดูกันหน่อยนะครับ ผมมีความรู้สึกว่าเสียงกีต้าร์ที่คุณได้ยินจากชุดนี้ คนที่เด่นที่สุดหาใช่คนที่ชื่อว่าบ็อบ หาใช่คนที่ชื่อว่ามาร์ค แต่เป็นคนที่ชื่อว่า มิค เทเลอร์ กันมากกว่า เพราะคนๆนี้ผมชื่นชมในเสียงกีต้าร์ของเขามาตั้งแต่ในสมัยที่เขายังเล่นให้กับ John Mayall จนกระทั่งเขามาอยู่กับ Rolling Stones และออกผลงานเดี่ยวในชุด Mick Taylor ผมว่าคนๆนี้เป็นมือกีต้าร์ที่เก่งในการเล่นเพลงบลูส์จริงๆ ในแบบที่กล้าแสดงออกถึงความต้องการของตัวเองออกมา ว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นคืออะไร แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ความสามารถนั้นกลับถูกละเลยจากบุคคลที่เขาฝากความหวังกันเอาไว้ อย่างที่มีการกล่าวกันไว้ว่า "ความสามารถนั้น จะมาจากการประสบความสำเร็จในสายตาของคนส่วนมากที่ไม่มีทางรู้ว่า ความสามารถที่แท้จริงนั้นคืออะไรกันแน่" ถ้าสโตนส์เป็นผู้ที่ทำให้วงการเพลงรู้จักดนตรีบลูส์กันแล้ว ในแบบที่เป็นตลาดกัน สโตนส์ก็เป็นผู้ที่ทำลายดนตรีบลูส์แท้ๆลงไป ก็เพื่อการอยู่รอดของการที่จะเป็นสตาร์กันตลอดไป แต่ว่า มิค เทเลอร์ ได้สร้างดนตรีที่มีคุณค่าออกมา แม้ว่าจะถูกละเลย หรือทำให้เป็นที่กังขาในความเป็นตัวของตัวเองว่า สิ่งที่ได้กระทำกันลงไปนั้นเป็นการกระทำที่ถูกหรือไม่ เมื่อคนที่เราฝากความหวังกันเอาไว้ กลับเป็นผู้ที่ทำลายความหวังในสิ่งนั้นลงไป คนที่ไม่เคยอยู่ในฐานะดังนี้มาก่อน จะไม่มีวันรู้ถึงความเจ็บปวดเช่นนี้ งานที่กระทำลงไป ทุ่มลงไปทั้งตัว แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับมานั้นคือการไม่ได้รับการยอมรับและมองดูงานที่กระทำลงไปในสายตาที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม ดังนั้นการที่งานส่วนมากจะถูกกระทำกันขึ้นมาตามรูปแบบที่เป็นการมองในสายตาของคนที่มองรูปแบบในฐานะที่ธรรมดาๆตามความคิดของคนอื่น บางครั้งอาจจะได้รับความสบายใจในเสียงที่ตอบสนอง แต่อาจทำให้ตัวของบุคคลที่มีอัตตาในตัวเองบังเกิดความทุเรศในตัวเองก็ได้ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นสายตาที่ผมมองถึงชายหนุ่มที่ชื่อว่า มิค เทเลอร์ บางครั้งคุณที่ได้ฟังผลงานชุดนี้ ก็น่าจะจำชื่อของเขากันไว้บ้าง นอกจากชื่อของบ็อบที่เป็นเจ้าของผลงานชุดนี้ ชื่อของมาร์ค ที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับผลงานชุดนี้ อย่างที่ผลงานชุดนี้ต้องการที่จะแสดงออกมาถึงลักษณะที่โครงสร้างของผลงานนั้นถึงประสงค์กันออกมา

สำหรับบุคคลที่มีส่วนร่วมคนอื่นก็ทำงานในแบบที่เป็นคนสนับสนุนกันได้สมบูรณ์กันทุกส่วนแล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องกล่าวกันมากไปกว่า ผลงานชุดนี้คือศักดิ์ศรีของบ็อบ ไดแลน ว่าเขากลับมาอย่างราชสีห์จริงๆ

เป็นผลงานที่เด่นและท้าทายมากในยุคที่ดนตรีถูกครอบงำด้วยระบบธุรกิจที่ออกหน้าออกตาในยุคปัจจุบันนี้ครับ

SP 187

No comments:

Post a Comment