Jethro Tull :: Aqualung (1972)

แนวดนตรี - Progressive Rock
Producers - Ian Anderson & Terry Ellis

ผมฉีกต้นฉบับของชุดนี้ไป 2 ครั้งแล้ว เพราะพอเขียนจบมานั่งอ่านดู เห็นว่าค่อนข้างเป็นวิชาการมากทีเดียว ผมนั่งคิดดูแล้ว แฟนสตาร์พิคส์ไม่ทราบจะมีอายุขนาดไหนและสนใจในดนตรีมากขนาดไหน ดังนั้นการเขียนจึงต้องเดินสายกลางหน่อย ไม่อยากจะให้ออกวิชาการจนผู้อ่านบางคนรับไม่ได้ แต่ข้อเขียนของผมไม่อยากจะเขียนเพียงเพลงนี้เล่นอย่างไร เพราะผมคิดว่าคนอ่านยอมเสียสละเวลามานั่งอ่าน ควรจะได้อะไรไปมากกว่านั้น ดังนั้น นับตังแต่นี้ไป (2526) ผมจะสอดแทรกอะไรเข้าไปหลายอย่าง แต่จะไม่หนักในด้านประวัตินะครับ

สำหรับผมแล้วคิดว่า Jethro ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ในโลกนี้ เพราะเขาก็คือ Ian Anderson นั่นเอง ไม่ทราบว่าคุณจะรู้จัก Ian มากน้อยขนาดไหน จากผลงานอดีตจนมาถึงในปัจจุบัน ตามความคิดเห็นของผม Ian เป็นหนึ่งในนักดนตรีที่มีความสามารถรอบตัว เขาอาจเป็นหนึ่งในอัจฉริยะในวงการเพลงก็ได้ แต่นั่นเป็นอดีต นับตั้งแต่เขาบุกเบิกวงการเพลงในอเมริกา เขาได้ทิ้งความเป็นอัจฉริยะของเขาไว้แล้ว ปัจจุบันเขาเป็นเพียงแค่นักล่าเงินตัวฉกาจ ผลงานในปัจจุบันของเขาอาจจะดีก็ได้ แต่สำหรับคนที่เคยผลิตงานระดับเยี่ยมมาแล้ว เมื่อเทียบกับผลงานในอดีต ผลงานในปัจจุบันยังอยู่ในขั้นที่เรียกว่า "ทำเพื่อเงิน" เท่านั้นเอง ใครจะมีความคิดเห็นเช่นไร ซึ่งแตกต่างออกไป นับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่จำไว้ต้องตั้งอยู่บนเหตุผลนะครับ จำไว้ว่าคุณต้องฟังผลงานของเขาให้มากที่สุด ทุกชุดยิ่งดี

ชุด Aqualung นี่คือ "กบฎต่อศาสนา" นับตั้งแต่การออกแบบปก เนื้อเพลง การบรรยายของแผ่นเป็นการมอง God (พระเจ้า) ในอีกมุมหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด Ian มีฉายานามว่าอัจฉริยะในคราบปิศาจ ซึ่งแตกต่างจาก Jim Morrison เพราะ Jim โด่งดังในด้านการแต่งเพลงต่อต้านสังคม แต่ Ian มีหน้าตาที่เรียกว่าค่อนข้างอัปลักษณ์ แต่ผมมองดูไม่เห็นเหมือนปิศาจเลย แต่เหมือนพ่อมดมากกว่า

ขอเริ่มจากหน้าปกแผ่นเลยจะครับ คิดว่าหลายๆคนคงได้ดูหนังเรื่อง Oliver จำบท Fagin ได้ไหมครับ (ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่า โอลิเวอร์ รี้ด เล่น ถ้าผิดขอโทษ เพราะไม่ได้ค้น อาศัยความจำเอา) ที่เป็นหัวหน้าโจรลักเล็กขโมยน้อยไงครับ Ian นำความฝังใจนั้นมาสร้างเป็นหน้าปกแผ่น แต่มันต่างกันนิดหนึ่ง แผ่นนี้เขามองในแง่ระดับจิตใจ ดูหน้าปกแผ่นนี้ให้ดีนะครับ คุณจะเห็นรูปร่างคนที่แสนจะชั่วช้า สกปรกโสโครก น่ารังเกียจ ไม่น่าเข้าใกล้ แต่แล้วลองหันกลับไปดูหลังปกสิครับ คุณจะเห็นคนๆเดียวกันนั้นในอิริยาบทที่น่าสงสาร ไร้เพื่อนฝูง แววตาอันแสนจะเดียวดาย นั่งอยู่กลางถนนพร้อมกับสุนัขตัวหนึ่ง เหมือนจะบอกว่า เมื่อพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมา ทำไมพระเจ้าไม่ให้ความยุติธรรมแก่มนุษย์ คนที่เกิดมารูปร่างหน้าตาน่าเกลียด ใข่ว่าจะเป็นคนเลวทรามในระดับจิตใจ แล้วทำไมพระเจ้าไม่สร้างระดับจิตใจให้แก่มนุษย์ด้วย หรือนี่เป็นความประสงค์ของพระองค์ เจ็บปวดมากแล้ว ขนาดหน้าปกแผ่น หรือคุณคิดว่าเช่นไร?

ดนตรีในชุดนี้คุณจะนั่งฟังเล่นก็ได้ แต่ถ้าคุณสนใจศึกษาเข้าไปอีก จะได้อะไรต่อมิอะไรเพิ่มขึ้นอีกมากมาย เพราะแต่ละเพลงในชุดนี้มีจุดจบและจุดต่อเนื่องในตัวเอง เพลง Aqualung เป็นจุดเริ่มต้นในแผ่นนี้ และก็เป็นจุดจบในแผ่นนี้ด้วย เพราะเพลงสุดท้ายคือเพลง Wind Up เป็นเพลงที่จะก้าวเข้าไปหาจุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง

บทเพลงของ Ian เป็นการนำศาสนามาพูดในอีกแง่หนึ่ง คือเหมือนกับเป็นการบ่งบอกว่า ทำไมคนเราทุกคนจึงต้องมีศาสนา คนบางคนอาจจะบอกว่านับถือศาสนา แต่ในใจจริงของเขาคิดถึงศาสนาบ้างไหม มีสิ่งใดที่เป็นเครื่องบ่งบอกความมีของศาสนาในจุดเริ่มค้น ถ้าจะตีความหมายให้ฟังก็จะเป็นว่า อย่านับถือศาสนาเพราะคนอื่นบอกให้เรานับถือ จงนับถือศาสนาเพราะเราเชื่อมั่น แต่จะต้องเชื่อถือในความมีอยู่ของศาสนาด้วย ผมคิดว่าดนตรีชิ้นนี้ของเขาคล้ายๆกับหลัก "กาลามสูตร" ของพระพุทธเจ้าของเรานะครับ ไม่ทราบว่าเขาสนใจหลักศาสนาพุทธหรือเปล่า เราพูดถึงความมุ่งหมายของชุดนี้เพียงพอแล้วนะครับ ถ้าคุณมีชุดนี้แล้วคุณสนใจ คุณอาจจะเข้าใจอะไรดีๆกว่าที่ผมพูดอีกนะครับ

เพลง Aqualung นี้เป็นฝีมือการประพันธ์ของ Jennie ภรรยาของเขาเอง หลังจากนั้นก็หย่าขาดจากกัน แต่ผมคิดว่า เขาให้เกียรติแก่ภรรยาของเขามากกว่า เพราะในชุด Brusting Rout (Live) นั้น เพลงนี้ถูกจั่วหัวไว้เลยว่าเป็นฝีมือการประพันธ์ของเขาเอง และอีกข้อหนึ่ง ถ้าอดีตภรรยาของเขาแต่งเพลงได้ดีเช่นนี้ ผมว่าเธอต้องเป็นนักแต่งเพลงอาชีพได้สบายเลยครับ แต่นับจากนั้นมาก็ไม่เคยเห็นผลงานการประพันธ์เพลงของอดีตภรรยาเขาเลย ผมจึงคิดว่า เขาให้เกียรติแก่ภรรยาของเขามากกว่า

เพลง Aqualung นี้ เวลาแสดงสดทำได้เกือบสมบูรณ์ มีอยู่ช่วงหนึ่งซึ่งเป็นช่วงร้อง ในสตูดิโอใช้ระบบ mixed เสียง ทำโทนเสียงต่ำ แต่เวลาแสดงสดทำไม่ได้หรอกครับ ช่วงที่ตอนใช้เสียง mixed มันเป็นความคิดคำนึงในจิตใจ เพลงนี้ตามความคิดของผม เป็นรูปธรรมหนึ่งของ God Ian (Jennie) เขียนเนื้อเพลงได้อย่างเจ็บปวดมาก

ตอนแรกคิดจะคัดเนื้อเพลงลงให้อ่านกัน แต่พอเขียนไปแล้วคิดว่า ถ้าแยกท่อนหนึ่งท่อนใดออกมาแล้วคุณจะไม่เข้าใจละเอียด เพราะเพลงในแผ่นนี้ฟังไม่ยากแต่เข้าใจยาก ถ้าแยกเนื้อเพลงออกมาแล้วจะทำให้คุณสับสนมากกว่าจะเข้าใจ

ในแผ่นนี้ เพลงที่ถูกยกย่องเป็นเพลงเอก (สำหรับวง Jethro เอง) ก็คือเพลง Aqualung ซึ่งคิดว่าถ้าใครรู้จักวงนี้ก็คงจะเคยฟังเพลงนี้กันแล้ว จึงไม่ขออธิบายถึงดนตรีว่าเป็นเช่นไร แต่ถ้าใครได้ฟังก็คงจะมีความคิดเห็นเหมือนกันว่าดีมาก อีกเพลงหนึ่งก็คือ Cross Eyed Mary ซึ่งก็ถูกของเขา เสียงขลุ่ยของ Ian ไม่ใช่เครื่องดนตรีประกอบเพลงเท่านั้น แต่เปรียบเทียบเสมือนเครื่องดนตรีที่เป็นบทนำของเพลงทีเดียว โดยเฉพาะช่วงการเล่นกีต้าร์กับขลุ่ยโซโลร่วมกันมันมาก จนมานั่งคิดว่าคนที่ฟังเพลงของเขาจะมัวมาสนใจเนื้อเพลงกันหรือ ถ้าเพลงเล่นได้มันขนาดนี้ ลองฟังดูสิครับ ไม่ทราบจะบรรยายเป็นตัวอักษรอย่างไรจึงจะสมบูรณ์แบบได้

แต่เพลงอื่นๆในแผ่นนี้ก็ใช่จะด้อยคุณค่า มีคุณค่าทุกเพลง เพียงแต่ท่วงทำนองไม่เหมาะที่จะเป็นเพลงเอกเท่านั้น อย่างเพลง Cheap Day Return ก็สั้นจนเกินไปสำหรับบทเพลงที่กินความหมายลึกล้ำ

Mother Goose คล้ายคลึงกับ Aqualung ในแง่หนึ่งคือ จะต้องมีคำบรรยายบทเพลงในบรรทัดหนึ่งไปสู่อีกบรรทัดหนึ่ง อย่างเช่นประโยคที่ว่า
I Came Upon Mother Goose
ประโยคถัดไปก็จะเป็นคำบรรยายว่าประโยคที่กล่าวมานี้หมายถึงอะไร ประโยคถัดไปก็จะบอกว่า
So I turned her loose
เป็นต้น

อธิบายเช่นนี้คุณคงไม่เข้าใจ มันพูดยากครับ เพลงปรัชญาเช่นนี้ แต่ผมจะพยายามนำร่องให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

บางครั้งเสียงขลุ่ยของ Ian ก็จะเป็นแค่การเสริมแต่งให้เพลงดูแล้วลึกล้ำขึ้นมาอีก อย่างเช่นเพลง Wond'ring Aloud แล้วปิดท้ายในหน้าแรกด้วยเพลง Up To me ซึ่งเป็นเพลงที่จะบอกว่าไงดี ท่วงทำนองก็สับสน (ที่จริงก็ไม่สับสนหรอกครับ ถ้าฟังผ่านๆ แต่ถ้าตั้งใจฟังก็เป็นอีกเรื่อง) เนื้อร้องยังสับสนอีก

หน้าสองเพลง My God เหมือนบทสวดมนต์จังเลยในตอนแรก ดนตรีทำได้ลึกล้ำและน่ากลัวได้ดีจัง เนื้อร้องพูดถึงพระเจ้าได้ค่อนข้างเจ็บปวดมาก ดนตรีฟังเป็นโพรเกรสซีฟมากขึ้นเมื่อเสียงกีต้าร์กระหึ่มขึ้นมา แต่ผมไม่ชอบการร้องเสียงยานๆเลย เพลงนี้เปิดช่อง free instrumental มาก ซึ่งบทเพลงของเขาไม่ค่อยเปิดช่องว่างขนาดนี้มากนัก คุณจะได้เห็นถึงฝีมือการเล่นฟลุตของเขา ว่าแน่ขนาดไหน รวมทั้งการเล่นระดับเสียงที่ลี้ลับน่าพิศวงงงงวย อยากจะบอกว่าเยี่ยมมาก

เพลงของเขาไม่ค่อยชอบขึ้นในแบบอึกทึกครึกโครม ถึงแม้บางเพลงทำท่าจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม ผมคิดว่าเขาอาศัยเทคนิคในสตูดิโอเข้ามาช่วยค่อนข้างมากทีเดียวในเรื่องระบบเสียงนะครับ เพราะคิดว่าถ้าเล่นกันจริงๆแล้ว เพลง Hymn 43 คงหนวกหูดีพิลึก แต่เทคนิคในห้องสตูดิโอช่วยทำให้เพลงนี้ไม่หนวกหูในแบบที่คาดไว้

เขาเป็นนักร้องที่ร้องเพลงได้เพราะมาก นอกจากจะเป็นนักดนตรีที่เก่งแล้ว เพลงบางเพลงเช่นเพลง Slipstream เป็นเพลงสั้นๆ เขาทำให้กีต้าร์กลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆชิ้นหนึ่งเท่านั้นเอง ตอนจบของเพลงนี้ทำได้ดีมาก โดยใช้เสียงไวโอลินได้เยือกเย็นจริงๆครับ

นอกจากเพลง Aqualung และ Cross Eyed Mary แล้ว ชุดนี้ก็มีเพลง Locomotive Breath ที่โด่งดังตามกันมา แต่ยังเทียบสองเพลงแรกไม่ได้ในด้านความประทับใจ เพลง Locomotive Breath นี้คล้ายๆเป็นการรวมเอาลักษณะดนตรีหลายๆอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ขึ้นต้นเป็นคลาสสิคแล้วค่อยๆกลายเป็นร็อคและเข้าสู่โพรเกรสซีฟในที่สุด เพลง Wind Up เหมาะมากจะเป็นเพลงปิดรายการ น่าจะพูดว่าเป็นคำสั่งสอนก่อนลาจากมากกว่า บทเพลงอันยาวเหยียดร้องเหมือนพูด และจากคำ รำพึงรำพันก็ค่อยๆดังขึ้น กลายเป็นเพลงในที่สุด และนี่คือแผ่นชุด Aqualung ล่ะครับ นานๆจะบรรยายถึงเพลงทุกเพลง เหนื่อยจัง!

ขอโทษครับที่ลืมบอกไป Side A เรียกว่า Side Aqualung เป็นการบรรยายถึงลักษณะทางด้านร่างกายเป็นหลัก Side B เป็น Side My God เป็นการบรรยายถึงลักษณะด้านจิตใจเป็นหลัก แตกต่างกันตรงนี้นะครับ

แผ่นนี้ออกจำหน่ายเมื่อปี 1972 ก็ตั้ง 11 ปีมาแล้ว หาซื้อไว้เถอะครับ ถ้าชอบโพรเกรสซีฟร็อคดนตรีดีๆ หรือคุณอยากจะทราบว่าทำไมเขาจึงถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ แผ่นนี้จะให้คำตอบคุณได้หมดทุกอย่าง ถ้าชอบโพรเกรสซีฟแต่ไม่มีชุดนี้ไว้ในครอบครองคุณอาจจะไม่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนโพรเกรสซีฟจริง นอกจากคุณจะไม่ชอบแผ่นนี้ แต่สำหรับผมแล้วชอบมากเลย

สตาร์พิคส์ฉบับหน้าจะเป็นแผ่นเก่าของ Jimi Hendrix และชุดใหม่ของ Aerosmith ครับ

SP 177

No comments:

Post a Comment